April 23rd, 2008
How to install Ruby,Ruby gem,Mongrel,Mysql on Mac 10.5.2
No Comments », MacOSX, by nolifeloverหลังจากสอบเสร็จก็ถึงเวลาที่ต้องทำโปรแจคต่อและด้วยความว่าการใช้งาน jruby มีปัญหาเยอะกับทางฝั่งของฝ่ายที่ต้องจัดการกับเ้จา server เลยจำเป็นต้องเข้ามาใช้เจ้า ruby on rails ตัว original กัน แต่ด้วยความที่ว่าเมื่อใช้ netbeans มักจะมาคู่ด้วย jruby เมื่อเปลี่ยนมาใช้ ruby on rails ตัวจริงเลยต้องหาวิธีลงกันหน่อย สำหรับการลงก็ไม่ยากเลยครับ อิๆๆ นั่งหาวิธีประมาณ 6 ชั่วโมงได้ สำหรับการลงครั้งที่จะนำไปใช้ร่วมกับเจ้า netbeans เพราะของเก่ามันอยู่ใน netbeans เลยจำเป็นที่ต้องใช้ใน netbeans เหมือนเดิม สำหรับการลงผมได้เอามาจาก hivelogic.com ก็ต้องขอบคุณเป็นอย่างมากครับ เรามาดูวิธีการลงกันเลยดีกว่าครับ
1. สำหรับใครที่ยังไม่ได้ลง xcode ก็ลองหามาลงดูนะครับเพราะว่าเราจะทำการ compile แล้วลงเองครับไม่ได้มีแบบสำเร็จรูปมาให้ครับ สำหรับ xcode ลองหาจากเว็บ apple.com ดูนะครับ
2. เมื่อเราได้ทำการลง xcode แล้วผมขอตกลงก่อนนะครับว่าจะลงในส่วนของ /usr/local สำหรับใครอยากลงที่อื่นแล้วแต่นะครับ
3. เริ่มต้นกันเลยครับ โดยการสร้างไดเรกเทอรี่ไว้เก็บไฟล์ที่เราจะโหลดมาก่อนครับ
$sudo mkdir -p /usr/local/src $sudo chgrp admin /usr/local/src $sudo chmod -R 775 /usr/local/src $cd /usr/local/src
4. ต่อไปจะเป็นการ install Ruby ครับสำหรับใครที๋โหลดไฟล์มาแล้วก็สามารถที่จะข้ามขั้นตอนการโหลดไฟล์ไปได้เลยนะครับ
$curl -O ftp://ftp.ruby-lang.org/pub/ruby/1.8/ruby-1.8.6-p111.tar.gz $tar xzvf ruby-1.8.6-p111.tar.gz $cd ruby-1.8.6-p111 $./configure --enable-shared --enable-pthread CFLAGS=-D_XOPEN_SOURCE=1 $make $sudo make install $cd ..
5. จากนั้นลองทดลองทดสอบดูครับว่ามีการลง ruby หรือยัง
$ruby-v ruby 1.8.6 (2007-09-24 patchlevel 111) [universal-darwin9.0]
6. จะทำการติดตั้ง Ruby Gem ซึ่งหากเทียบกันแล้วก็ประมาณ apt-get ของ ubuntu ครับ
$curl -O http://files.rubyforge.mmmultiworks.com/rubygems/rubygems-1.0.1.tgz $tar xzvf rubygems-1.0.1.tgz $cd rubygems-1.0.1 $sudo /usr/local/bin/ruby setup.rb $cd ..
7. เมื่อเราทำการลงอ Gem แล้วต่อไปก็จะลงเจ้า rails ก็จะแสนง่ายดายครับ
$sudo gem install rails // -p http://cache.psu.ac.th:8080 ใช้เมื่อเราใช้เน็ตผ่าน proxy $sudo gem install rails -p http://cache.psu.ac.th:8080
8. ลงอย่างอื่นอีกครับ
$sudo gem install mongrel $sudo gem install capistrano $sudo gem install RedCloth termios rspec sake
9. สำหรับใครที่ต้องการลง mysql server แนะนำให้ไปโหลดมาจาก mysql.com แต่ต้องสมัครสมาชิกนะเมื่อโหลดมาเรียบร้อยแล้วก็ลงทั่วไปครับ next ไปเรื่อยๆ
10. จากนั้นก็
$sudo gem install mysql -- --with-mysql-config=/usr/local/mysql/bin/mysql_config
เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ ต่อไปจะแนะนำการการนำเอา netbeans มาใช้งานร่วมกันครับเปิด netbeans ไปที่ netbeans -> Preference แล้วเลือกตรง ruby ตรง ruby interpreter ให้ browse ไปที่ /usr/bin/ruby จากนั้นกด ok ก็เป็นอันว่าเรียบร้อยแล้วครับ
34 views

